Abstract:
การศึกษาเรื่อง การศึกษาผลของการทำกิจกรรม SRของธุรกิจยาสูบและรายงานสถานการณ์ทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบ "แปลงร่าง" มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาเรื่องผลิตภัณฑ์ยาสูบแปลงร่าง และเรื่องผลกระทบของ CSR ธุรกิจยาสูบ เพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมยาสูบ ปี ๒๕๕๕ ที่กำลังมีการปรับปรุงเนื้อหามาตราด้านการควบคุมแหล่งจำหน่าย และประเด็นเรื่อง CSR การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สำรวจกลุ่มตัวอย่างเยาวชนระดับมัธยมศึกษาทั้งในกรุงเทพมหานครและ @ จังหวัดที่เป็นพื้นที่ปลูกยาสูบ รวม ๒๔๒๗ ราย และทำการสัมภาษณ์เชิงกลุ่ม (group interview) กับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม(stakeholder)จำนวน ๗๖ ราย รวมทั้งสิ้น ๒๕๐๓ ราย ผลการศึกษาในเชิงปริมาณ พบว่า เยาวชนวัยมัธยมมีพฤติกรรมสูบบุหรี่แล้วถึงร้อยละ ๙๒ รู้จักผลิตภัณฑ์ยาสูบแปลงร่างเป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์ยาสูบแปลงร่างที่เยาวชนมัธยมสูบมากที่สุด ร้อยละ ๔๔ คือ บารากุไฟฟ้า รองลงมา คือ บารากุธรรมดา สูบมากเป็นลำดับสอง ร้อยละ ๒๕ ลำดับสามคือ บุหรี่ชูรส สูบร้อยละ ๒๑ และ บุหรี่กานพลู ร้อยละ ๒๐ สาเหตุที่บารากุไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงสุด คือ ไร้ควัน สูบง่าย เป็นแฟชั่น และเชื่อว่าปลอดภัย ช่องทางสื่อ social media ทำให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์แปลงร่างได้ง่าย และพบว่า มีการใช้ช่องทางสื่อ social media เช่น Line, Facebook และ Instragram ในการค้าขายบารากุไฟฟ้า/บุหรี่ไฟฟ้ามากถึง ๑๓๐๐ ID ในแต่ละสื่อ ผลการศึกษาเชิงคุณภาพพบว่า เยาวชนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ไม่รู้จักกิจกรรม CSR ของธุรกิจยาสูบ แต่เยาวชนในพื้นที่ปลูกยาสูบรู้จักและเคยเข้าร่วมกิจกรรม CSR ของธุรกิจยาสูบผ่านทางโรงเรียนและชุมชน เยาวชนในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตให้ธุรกิจยาสูบทำกิจกรรม CSR กับเยาวชน แต่เยาวชนในพื้นที่ปลูกยาสูบเห็นด้วยว่าควรสนับสนุนให้ธุรกิจยาสูบสามารถทำกิจกรรม CSR ได้ต่อไปโดยให้เหตุผลว่า CSR เป็นการให้โอกาสแก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล มีทัศนคติบวกต่อ CSR และต่อธุรกิจยาสูบรวมทั้งมีท่าทีปกป้องธุรกิจยาสูบ ในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงคือกลุ่มเกษตรกรนั้นพบว่า เข้าร่วมกิจกรรม CSR ด้านรับประกันใบยาและการให้ทุนการศึกษาบุตรหลานของธุรกิจยาสูบเป็นหลักและส่วนใหญ่มีทัศนคติบวกต่อกิจกรรมดังกล่าว ในต้านการประท้วงร่างพระราชบัญญัตินั้น พบว่ากลุ่มเกษตรกรปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ใช่เกษตรกรใน ๕ จังหวัดนี้ กลุ่มเกษตรกรระบุว่าถึงแม้ภาครัฐไม่อนุญาตให้ธุรกิจยาสูบทำกิจกรรม CSR อีกต่อไป กลุ่มเกษตรกรก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนแต่อย่างใด ในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางอ้อมในจังหวัด คือ ผู้นำชุมชน ครู สื่อท้องถิ่น พระสงฆ์ ผู้ทำงานด้านอนามัยชุมชน ข้าราชการท้องถิ่น ระบุว่าในพื้นที่ของตนมีกิจกรรม CSR ของธุรกิจยาสูบในหลายรูปแบบ และส่วนใหญ่มีทัศนคติลบต่อ CSR ของธุรกิจยาสูบโดยให้เหตุผลว่าเป็นเพียงการสร้างภาพของธุรกิจเท่านั้น